ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในวงการสร้างสรรค์ผลงานที่น่าตื่นเต้นออกมามากมาย โดยมีไฮไลท์ที่สำคัญอย่าง แคมเปญโฆษณาใหม่จาก Lacoste ที่ใช้พลังของ Visual Effect แสดงภาพพลังการทำลายล้างเมื่อคู่รักทะเลาะกันออกมาอย่างสุดมัน
หรืองาน Music Video ที่แปลงกลาย Björk ให้เป็นดอกไม้หรือสัตว์ป่าโดยสร้างจากเทคนิค CG Motion Capture
นอกจากนั้นยังมีงาน Creative Campaign และ Art Direction ที่ไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหวอย่าง การแก้ปัญหาเสียงจากกีตาร์ของวัยรุ่นด้วยการเปลี่ยนโปสเตอร์รูปศิลปินติดผนังเป็นโปสเตอร์ฉนวนป้องกันเสียงรบกวน ผลงานจากนิตยสาร Rolling Stone Brazil
วันนี้ BEAR เลือกผลงานที่มีความโดดเด่นที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกมานำเสนอ ซึ่งจะมีผลงานชิ้นใดบ้างเชิญติดตามกันได้เลย

1. Rolling Stone Brasil “Sound Proof Posters”
ผลงาน Creative Campaignโดยร่วมมือกับ Y&R Brazil กับนิตยสาร Rolling Stone ภายใต้แคมเปญ “Soundproof Posters” ที่มีจุดเริ่มต้นของไอเดียมาจาก เมื่อวัยรุ่นตัดสินใจที่จะเรียนรู้กีต้าร์ 2 สิ่งที่ตามมา ก็คือ ผนังห้องนอนของพวกเขาจะถูกปิดด้วยโปสเตอร์ของไอดอล และพวกเขาจะสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้าน พ่อแม่และพี่น้องด้วย
Rolling Stone ตระหนักถึงความสำคัญของ 2 นี้ จึงรวมสองสิ่งเข้าด้วยกัน นำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงตรรกะ
ด้วยการสร้างโปสเตอร์ทำจากอคูสติกโฟมเคลือบด้วยเรซิ่นทนไฟและไฟเบอร์กลาส เปลี่ยนฉนวนเสียง ที่ให้ผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ คือ พื้นที่ฝึกการเก็บเสียง และได้โปสเตอร์สุดเท่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กที่ฝึกเล่นกีตาร์
‘โปสเตอร์ป้องกันเสียงรบกวน’ ประกอบด้วยตำนานกีตาร์ 4 อันดับแรกในอดีตและปัจจุบัน ได้แก่ Jimi Hendrix, Keith Richards, Zakk Wyldeและนักกีตาร์ชาวบราซิล Kiko Loureiro
2. Tabula Rasa – Björk
การทำงานกำกับภาพ MV ให้กับศิลปินอย่าง Björk ถือเป็นงานที่สุดหิน เพราะมาตรฐานด้าน Visual ที่เคยสร้างไว้ก่อนหน้านี้นั้นสูงลิ่ว
สำหรับ MV ล่าสุดเพลง “ Tabula Rasa” ที่ได้ผู้กำกับชาวเยอรมัน Tobias Gremmler โดยเขาได้ทดลองขยายขอบเขตการทำงานของ CG Motion Capture ด้วยการตีความร่างกายและใบหน้าของ Björk ให้ออกมาเป็นภาพ Animation
โดย Gremmler ได้รับแรงบันดาลใจจากเนื้อเพลงของ Tabula Rasaแล้วทำการแปลงภาพของ Björk ให้กลายเป็นดอกไม้ หรือสัตว์ในป่าโดยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสะท้อนให้เห็นแนวคิดของการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างธรรมชาติและมนุษย์บนพื้นฐานของการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
3. Of Monsters and Men – Alligator
ถ้าถามว่าวงไหนที่ลงทุนกับการสร้าง Lyric Video มากที่สุด คงต้องยกให้กับวง Of Monsters and Men
ซึ่งการกลับมาของ “Alligator” เพลงใหม่ในรอบ 4 ปี ของวงดนตรีไอซ์แลนด์รอบนี้ ได้ Kamiel Rongen นักดนตรีและศิลปินแนวทดลองมารับผิดชอบในส่วนของ Art Direction และ Animation ทั้งหมด
Kamiel Rongen เลือกใช้เทคนิคที่ยากต่อการเลียนแบบ คือ สร้างการเคลื่อนไหวจากของเหลวแบบต่าง ๆ ให้เกิดเป็น ภาพลักษณะคล้ายกับลาวาที่พวยพุ่งกระจายใต้ผิวน้ำ ภาพถูกสร้างขึ้นมาอย่างช้า ๆ สอดรับกับเสียงกีตาร์และเสียงเบสที่เร้าใจ ถือเป็นการเปิดตัว การกลับมาของวงได้อย่างน่าจดจำ
4. WeTransfer “Please Leave” – Stink Studios
“ เฮ้คุณ! หนีจากหน้าจอนั้นซะ!” ออกไปข้างนอกเพื่อรับพลังและสัมผัสกับโลกที่น่าอัศจรรย์แห่งความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เหล่านี้ คือ ไอเดียเริ่มต้นสำหรับงาน Creative Campaign ล่าสุดของ WeTransfer แบรนด์ใหม่ระดับโลกภายใต้แนวคิด “Please Leave”
ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้แยกตัวออกจากหน้าจอ และใช้บริการแชร์ไฟล์ในฐานะเครื่องมือที่เชื่อถือได้ ซึ่งให้ความสำคัญกับเวลาและความพยายามของคุณ
ผลงาน Creative ที่เรียบง่ายชิ้นนี้ ถือว่าเข้าใจพฤติกรรมของคนทำงานที่ต้องรอคอยกับการส่งงานผ่าน Internet ได้เป็นอย่างดี
5. Budweiser – Be a King
Budweiser กำลังหาวิธีแก้ปัญหางานศิลปะที่เป็นรอยสักต้องห้ามและศิลปินที่ทำงานสักในเกาหลีใต้ด้วยแคมเปญใหม่ที่เรียกว่า “Be a King”
เมื่อการสักลายบางอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลในปัจจุบัน ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศอนุรักษ์นิยมอย่างเกาหลีใต้ จึงบีบบังคับให้ศิลปินรอยสักหลายคนต้องพาตัวเองสู่วงการใต้ดิน และสำหรับผู้ที่มีรอยสัก ก็จะต้องปกปิดมันไว้
Creative Campaign นี้ชี้ให้เห็นความสำคัญของประเด็นเหล่านี้ ผ่านการใช้ทั้งภาพยนตร์ นิทรรศการภาพถ่าย และผลงานศิลปะ โดยมีกระป๋อง Budweiser รุ่น Limited-Edition และชุดวิดีโอที่มี 12 โปรไฟล์ของวัยรุ่นเกาหลีที่มีรอยสัก
6. Lacoste – Crocodile Inside
หลังจากแคมเปญการฉลองครบรอบ 85 ปีของ Lacoste ที่ก่อนหน้านี้เคยมีภาพยนตร์โฆษณาเนื้อหาสุดโรแมนติก 2 ตัว คือ “The Big Leap” และ “Timeless”
ล่าสุดสำหรับโฆษณาตัวใหม่ชื่อ “Crocodile Inside” ที่เรื่องราวความรักมีความโรแมนติกน้อยลง ในทางตรงกันข้าม เรากลับจะได้เห็นคู่รักที่ถูกแยกออกจากกัน เพื่อสื่อสารเชิงเปรียบเทียบให้ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
ภาพบ้านถูกฉีกออกจากกันและพังทลายลงมา ประกอบกับการแสดงที่ผาดโผน และงานด้าน Visual Effects ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ “Crocodile Inside” สามารถสื่อสารถึงพลังการทำลายล้าง เมื่อคู่รักทะเลาะกันออกมาได้อย่างชัดเจน
7. The Vampire Poster
โปสเตอร์กลางแจ้งสำหรับรายการทีวีแวมไพร์ชื่อ The Passage ที่จะลุกเป็นไฟเมื่อแสงของดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นและส่องถึง
Creative Campaign นี้เป็นไอเดียของทีม BETC / Havas ที่นำเสนอไอเดียสนุก ๆ ให้กับทาง Fox Chanel Brazil โดยโปสเตอร์ที่สามารถลุกเป็นไฟได้นี้ ใช้สีชนิดพิเศษที่ติดไฟได้ ซึ่งมีส่วนผสมของโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต และกรดซัลฟูริก ที่สามารถติดไฟได้เมื่อได้รับความร้อนจากแสงแดด
งานนี้ถือเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมถึงแม้ว่าการเผาและทำลายผลงานตัวเองจะมีข้อเสีย แต่ก็ดึงดูดและเรียกร้องความสนใจจากผู้คนตามท้องถนนได้เป็นอย่างดี ซึ่งการโดนแสงทำลายก็เป็นเหมือนกับแวมไพร์ที่ถูกแสดงแดดแผดเผานั่นเอง
8. Sony Bravia – Desert Water
ผลงานโฆษณาของ Sony Bravia มักจะเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานในด้าน Creative และ Art Direction
ล่าสุดกับการโปรโมต Sony Bravia ทีวีที่ใช้เทคโนโลยีที่ผลิตเสียงจากหน้าจอ Sony ภาพยนตร์เปิดเรื่องขึ้นในภูมิประเทศที่แห้งแล้งพร้อมกับเสียงเพลง ‘Beautiful Things’ ของ Grace Vander Wall ที่ดังก้องกังวานจากนั้นทะเลทรายที่แห้งแล้ง เริ่มมีหยดน้ำปรากฎ แล้วเริ่มแผ่ขยายกลายเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ ซึ่งภาพน้ำทั้งหมดนั้น ถูกแสดงผลผ่านหน้าจอความละเอียดสูงของ Sony Bravia นั่นเอง
ภาพแม่น้ำที่สร้างจากหน้าจอไหลผ่านหุบเขาที่แห้งแล้ง สร้างประสบการณ์ และอารมณ์ความรู้สึกนั้นสามารถตอบโจทย์แนวคิดที่ว่า“ดื่มด่ำกับเสียงและการมองเห็น” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
9. Nissin Cup Noodle – “Hunger Days”
“Hunger Days” เป็นแคมเปญต่อเนื่องของ Nissin Cup Noodle ที่โฆษณาตัวแรกเป็นเรื่องราวของ Kiki จากเรื่อง Kiki’s Delivery Serviceของ Studio Ghibli ที่เติบโตขึ้นเป็นสาวมัธยม
สำหรับแคมเปญล่าสุด Nissin ได้ร่วมมือกับ One Piece ซึ่งนำเสนอตัวละครต่าง ๆ ที่มีฉากเป็นโรงเรียนมัธยม โดย Teaser เผยให้เห็นหมวกฟาง Luffy
ผลงาน Animation ลายเส้นและการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลลื่นไหลอันเป็นเอกลักษณ์นี้ ยังเป็นการทำงานร่วมกับผู้กำกับ Masanobu Hiraoka ที่เคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้
10. The Windshield Wiper – Alberto Mielgo
Alberto Mielgo หรือ Pinkman คือผู้กำกับซีรีส์ 18+ เรื่อง Love, Sex, and Robots ใน Netflix ตอน
“Witness” ที่ได้รับคำชมเรื่องภาพมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
ล่าสุด Mielgo ได้ปล่อย Trailer ของ The Windshield Wiper โปรเจ็คที่เปิดตัวตั้งแต่ปี พ. ศ. 2560 โดย Mielgo ได้อธิบายไว้ว่าโปรเจ็คนี้เป็นงานที่แสดงถึง “มุมมองส่วนตัวและเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์”
หากดูด้าน Art Direction ของ The Windshield Wiper ถือได้ว่า เป็นพื้นฐานด้านการออกแบบที่สำคัญของ “ Witness” เลยก็ว่าได้ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ สร้างการเคลื่อนไหวแบบ Key Frame Animation โดยไม่ใช่ Motion Capture แม้แต่เฟรมเดียวกัน