Cinema4D : อาวุธสำคัญของการสร้าง 3D Motion Graphics

ManvsMachine  เป็นหนึ่งเดียวจากอังกฤษที่สามารถขึ้นเวทีไปคว้ารางวัลชนะเลิศสาขา Gold Design จาก Cannes Lions  2017 จากแคมเปญ Nike Air Max  ที่ใช้พลังของ Graphics และ Motion เป็นตัวขับเคลื่อนจนแคมเปญประสบความสำเร็จ

ซึ่งเบื้องหลังงานที่สร้างจาก CGI ชุดนี้ ต้องยกเครดิตเต็ม ๆ ให้กับ Cinema4D ที่สามารถสร้างภาพ ตลอดจนการเคลื่อนไหว แบบ Dynamic และ Simulation เพื่อแสดงความเบาและความนุ่มของ Nike Air Max ผ่านการเปรียบเทียบของอากาศและพื้นที่ออกมาเป็นรูปธรรม และยังมีความโดดเด่นของภาพ

ManvsMachine เป็น Design & Motion Studio ที่พยายามสร้างแนวทางการออกแบบที่แปลกใหม่ ในรูปแบบที่ทันสมัย  ซึ่งตัวเปลี่ยนเกมส์ที่สำคัญที่อยู่เบื้องหลังการสร้างผลงานให้ ManvsMachine กลายมายืนแถวหน้าจนได้ร่วมงานกับ Nike ก็คือ Cinema4D  และแบรนด์ต่างๆ ตามมาอีก เช่น  Lexus, X Box, Apple และ Pepsi

วันนี้ BEAR จะมาทำความรู้จัก Cinema4D ที่เหล่า Motion Graphics Designer นิยมใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานในปัจจุบัน เชิญติดตามไปด้วยกันได้เลย

Cinema4D X Motion Graphics

ถึงแม้จะมีซอฟต์แวร์ 3D Animation ที่อยู่ในอุตสาหกรรมหลายตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาของ Cinema4D ถือว่าตอบโจทย์รูปแบบการทำงานของ Motion Graphics มากที่สุด ด้วยคอนเซ็ปของการทำงานที่ว่า Fast & Easy Workflow  จนได้รับความนิยมจาก  Motion Graphics Designer  ทำให้เกิดรูปแบบหรือสไตล์การทำงาน  3D Motion Graphics เกิดขึ้นมามากมาย  

https://www.youtube.com/watch?v=9F9i8Q9nmQs HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=9F9i8Q9nmQs&t=50s”&HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=9F9i8Q9nmQs&t=50s”t=50s

3D Motion Graphics VS 3D Animation

ถึงแม้ก่อนหน้านั้นจะมีซอฟต์แวร์อย่าง  Maya, 3Ds Max, Softimage หรือ LightWave3D แต่ด้วยโครงสร้างและขั้นตอนการทำงาน(Workflow) ที่มีความซับซ้อน เพื่อสร้างผลงานที่รายละเอียดสูงอย่างงาน Character Animation, Visual Effect, Architecture และPrevisualization ซึ่งมีลักษณะของ Workflow ในการทำงานในแต่ละขั้นตอน จะค่อนข้างละเอียด การทำงานในแต่ละขั้นตอนจึงต้องระบุตำแหน่งการทำงานอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น Modeler, Animator, SLR Artist หรือ Compositor เพื่อรับผิดชอบการทำงานในแต่ละส่วนอย่างละเอียด

ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการทำงานของ Motion Graphics บางครั้งต้องทำงานแบบ Solo Artist คือ ทำงานเพียงคนเดียว หรืออาจมีทีมเสริมในบางหน้าที่เพียงเล็กน้อย รูปแบบ  Fast & Easy Workflow จึงถือว่าตอบโจทย์การทำงานของ  Motion Graphics Designer มากกว่า

https://vimeo.com/284058617
โปรเจ็คนี้ OnePlus 6 RED ในทีมมีเพียง Motion Designer และCompositor

ในระยะเริ่มต้น Cinema4D ถือว่ายังไม่เป็นนิยมมากนัก  โปรแกรมที่เน้นการทำงานในภาพรวมของ 3D Animation จึงยังทำให้เป็นรองMaya ที่เด่นด้าน Character Animation หรือ 3D Max ที่เด่นด้านVisual Effect และ Architecture Visualization  ซึ่งในยุคหลังระบบModeling & UV ก็ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน

ระยะหลัง Cinema4D  พัฒนา Modeling Tool ได้ดีขึ้น สำหรับCharacter Design ก็เริ่มนิยมใช้  Cinema4D เพิ่มมากขึ้น

จนกระทั่ง Cinema4D  มาโฟกัสตลาดกับงาน Motion Graphics และการสร้าง Community ในการสร้างกระบวนการแบ่งปันความรู้  การเน้นที่ Workflow ให้มีความซับซ้อนน้อยกว่า 3D Animation  แล้วเพิ่มจุดแข็งในขั้นตอน SLR (Shading, Lighting, Rendering) และขั้นตอนDynamic & Simulation  ให้มีความง่ายในการสร้าง และมีความเร็วในการแสดงผลภาพ   ในจุดนี้ถือว่าเป็นการนำปัญหาทั้งจาก Maya และ 3Ds Max มาแก้ไขได้อย่างตรงจุด  ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ หากจะทำให้ออกมาสวยงาม ถือว่ามีความซับซ้อนและใช้เวลาในการประมวลที่นานกว่าเมื่อเทียบกับ  Cinema4D

Fast & Easy Workflow

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Cinema 4D ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือFast & Easy Workflow  ที่การปรับและแสดงผลค่าต่าง ๆ เช่น Reflections, Shadows, Ambient, Occlusion, Displacement และDepth of Field  

โดยสามารถแสดงผลตรงใน Viewport ผ่าน OpenGL ของ Cinema 4D ทำให้เห็นภาพ Look สุดท้าย โดยไม่ต้องรอการ Render ที่ยาวนาน และสามารถแสดงตัวอย่างผลงานที่มีคุณภาพสูง สำหรับPreview ให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

https://www.youtube.com/watch?v=3yUMtqDUpKkHYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=3yUMtqDUpKk&t=606s”& HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=3yUMtqDUpKk&t=606s”t=606s
Simon Fiedler อธิบาย Workflow การทำงาน Nike MercurialX ที่ไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ

นอกจากความง่ายและความรวดเร็วในการใช้งานแล้วจุดเด่นที่สำคัญคือ  Dynamic & Simulation  ที่มี Module Tools ช่วยให้สามารถสร้างผลงานรูปแบบต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น MoGraph, X Particle, Think Particle และ การจัดแสง (SLR) ที่มี Render Engines อย่าง Octane ที่สามารถแสดงผลแบบ Real Time  นอกจากนั้นยังมี Arnold, Redshift และ Cycles

https://www.youtube.com/watch?v=rF0Py5ynk3I
อธิบาย Workflow การทำงานของ Cinema 4D MoGraph

https://www.youtube.com/watch?v=nQGHr0pvr-A
อธิบาย Workflow การทำงานของ  X-Particles

จากจุดเด่นที่กล่าวมา ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เหล่า Motion Graphics Designer Artist สามารถสร้างผลงาน 3D Motion Graphics โดยนำรูปแบบ 3D Animation  การจัดแสงแบบ Realistic รวมทั้งDynamic & Simulation มาประยุกต์ใช้ จนทำให้วงการ Motion Graphics สามารถขยายขอบเขตรูปแบบและสไตล์การทำงานได้เต็มรูปแบบมากขึ้น

ในบทความต่อไปเราจะขอนำเสนอ Motion Graphics Designer Artist ที่สร้างตัวตนและนิยามรูปแบบผลงานของตัวเองขึ้นมา จนสร้างผลงานที่เอกลักษณ์จากการใช้ Cinema 4D เป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งจะมีศิลปินคนไหนบ้างนั้นรอติดตามกันได้เลย