เราอาจจะอยู่ในยุคโพสต์อัลบั้ม แต่ยังคงมีปกอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมมากมายที่จะพบในปี 2019 ได้รับตอนนี้พวกเราส่วนใหญ่มีปฏิสัมพันธ์กับหน้าปกที่ภาพขนาดย่อ (thumbnail) แต่ปกอัลบั้มยังคงเป็นเครื่องมือที่มีพลังในการสื่อสาร – และขอบคุณที่มีศิลปินและนักออกแบบมากมายที่ใช้วิธีการสร้างสรรค์และขี้เล่นกับรูปแบบ
ที่นี่เรารวบรวมสิบอันดับแรกของเราครอบคลุมจาก 2019 รวมถึงการออกแบบสำหรับ Kano กิ่ง FKA และ Slowthai




⦁ Stormzy – Heavy Is the Head

Stormzy เป็นศิลปินที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมอังกฤษในปัจจุบันทั้งทางดนตรีและการทำงานกับกลุ่มชนกลุ่มน้อยและคนหนุ่มสาวจนถึงขั้นได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME เมื่อปีที่ผ่านมา ดังนั้นภาพปกอัลบัมจึงทำหน้าที่ได้อย่างสมศักดิ์ศรีกับตัวศิลปิน
ภาพ Stormzy สวมมงกุฎที่ประกอบด้วยตัวอักษรย่อ h.i.t.h จาก Heavy Is the Head ซึ่งเป็นชื่ออัลบั้มใหม่ เป็นภาพที่เขามองไปที่เสื้อกั๊กกันกระสุนที่ออกแบบโดย Banksy ที่เขาสวมเพื่อแสดงในเทศกาล Glastonbury ในปี 2019 เป็นฝีมือการถ่ายภาพของ Mark Mattock โดยเน้นการจัดแสงที่สร้างอารมณ์เป็นสำคัญ เพื่อให้ถ่ายทอดอารมณ์ของภาพนี้ ตามแนวสัจนิยม
นอกจากภาพถ่าย ในการออกแบบเลือกใช้ Cloister Black เป็นตัวอักษรสำหรับชื่อย่อของชื่ออัลบั้มและตัวอักษรมีผิวสีทองนูน เหตุผลที่เลือกรูปแบบนี้เพราะ ลักษณะที่มีความเป็นดิจิทัลจะทำให้ภาพลักษณ์ของ Stormzy หลุดออกไป
ประกอบกับการวาดตัวอักษรย่อ h.i.t.h เป็นมงกุฎด้วยมือนั้นช่วยส่งเสริมให้กับฉากโดยรวมสามารถทำงานร่วมกับสัญลักษณ์ธงประจำสหราชอาณาจักร หรือ Union Jack ที่อยู่บนเสื้อเกราะกันกระสุนได้อย่างน่าสนใจ โดยรูปแบบตัวอักษรที่หรูหราสร้างเป็นมงกุฎนามธรรม ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของงานศิลปะในขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นไปตามไอเดียของ Hales Curtis ที่เป็น Art Director ที่ต้องการให้ผลลัพธ์สุดท้ายรู้สึกเหมือนภาพวาดยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) ที่มีลักษณะเป็นผลงานศิลปะที่มีความจริงแท้
Art Direction: Stormzy “Gang Signs & Prayer” – Mark Farrow
เมื่อภาพจิตกรรมอย่าง The Last Supper ของ Da Vinci ถูกตีความใหม่เป็นไอ้โม่งชุดดำ ด้วยฝีมือของ Mark Farrow และ Stormzy
ความน่าสนใจของ Artwork อัลบั้ม Gang Signs & Prayer ของศิลปินฮิปฮอป Stormzy คือ การตีความผลงานจิตรกรรม The Last Supper อันเลื่องชื่อของ Leonardo Da Vinci ซะใหม่ ด้วยการแทนที่พระเยซูและสาวกด้วยตัว Stormzy และกลุ่มชายชุดดำที่คลุมด้วยหมวกไอ้โม่ง !
และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อรู้ว่า Art Director ของงานชิ้นนี้ คือ ผู้อยู่เบื้องหลัง Art Direction ให้กับวงดนตรีอย่าง Pet Shop Boys Manic Street Preachers และ Spiritualized ซึ่งก็คือ Mark Farrow ที่ผลงานออกแบบของเขาแทบจะกวดรางวัลครบทุกสถาบันทั่วโลก จนที่ได้รับการโหวตจากนิตยสาร Creative Review ว่าเป็น Graphic Designer คนสำคัญที่สุดที่ยังทำงานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
และจากรหัสลับที่ Da Vinci ซ่อนไว้ในผลงาน The Last Supper นี่เอง วันนี้เราจะพามาถอดรหัสลับของ Mark Farrow ว่ามีที่มาที่ไปสำหรับการสร้างงานชิ้นนี้ขึ้นอย่างไร

Conceptual: Gang Signs & Prayer

สำหรับปกอัลบั้ม Gang Signs & Prayer เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ระหว่าง Farrow กับ Stormzy โดยชื่ออัลบั้มที่นำมาซึ่งไอเดียมากมาย ก็มีที่มาจากตัวศิลปินเอง ซึ่งเพลงทั้งหมดในอัลบั้มสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ ความศรัทธา และชีวิตของ Stormzy
Stormzy เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขาต้องการสัมผัสกับด้านต่าง ๆ รวมทั้งความเชื่อ เพราะอีกด้านหนึ่งของชีวิตเขา ที่เติบโตขึ้นมาบนท้องถนน ทำให้ได้สัมผัสกับผู้คนที่เขาอยู่ด้วย ซึ่งเขาไม่ใช่ปัจเจกชนที่มีชีวิตมิติเดียวเพียงลำพัง โดยไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับผู้อื่นผู้ใดเลย
จากชื่อ Gang Signs & Prayer ถูกนำไปต่อยอดพัฒนาเป็นแนวคิดที่ว่า “จุดที่ผู้คนสัมผัสได้ส่วนใหญ่นั้นล้วนมาจากศาสนา” ภาพปกจึงต้องสื่อสารให้เห็นทั้งองค์ประกอบภาพและชื่อของอัลบั้มไปพร้อม ๆ กัน จนนำไปสู่การใช้ภาพอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูและสาวก จากภาพผลงานชื่อ The Last Supper
Inspiration: The Last Supper

The Last Supper เป็นภาพที่ Leonardo Da Vinci วาดมาจากคัมภีร์ไบเบิล ตอนที่พระเยซูและสาวกรับประทานอาหารร่วมกันเป็นมื้อสุดท้าย ก่อนที่พระเยซูจะถูกนำตัวไปตรึงกับไม้กางเขน โดยพระเยซูได้ทำนายว่ามีสาวก 1 คนบนโต๊ะนี้ คือ ผู้ทรยศพระองค์ โดยภาพนี้ซ่อนปริศนาไว้ในภาพมากมายผ่านอากัปกิริยาของสาวกแต่ละคน รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่ประกอบอยู่บนโต๊ะอาหาร

Music Video ของศิลปิน Kendrick Lamar ในเพลง Humble ที่นำองค์ประกอบภาพของ The Last Supper มาใช้ใน Music Video โดย Humble ได้รับการยกย่องว่าเป็น Music Video ที่สามารถสั่นสะเทือนวงการเพลงได้เพลงหนึ่ง
(ดูเพิ่มเติม https://www.youtube.com/w atch?v=tvTRZJ-4EyI )
และด้วยนัยยะที่ซ่อนอยู่ในภาพ The Last Supper ที่ยังสามารถเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ตีความได้มากมายนี่เอง จึงถูกศิลปินและนักออกแบบ โดยเฉพาะในเชิง Commercial นำมาใช้กันอย่างมากมาย ทั้งงานออกแบบ งานโฆษณา และ Music Video
Visual: Gang Signs & Prayer

ถึงแม้กลวิธีการนำภาพผลงานเก่าของศิลปินที่มีชื่อเสียง มานำเสนอในมุมมองใหม่ ๆ ไม่ใช่วิธีที่แปลกใหม่อะไร แต่ก็ยังคงถูกนำมาใช้อยู่เสมอ ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ ผู้คนสามารถเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าที่อยู่กับผลงานเก่าได้ โดยการดัดแปลงหรือตีความใหม่จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ชมที่มีต่อผลงานเดิมได้
สำหรับงานนี้ Mark Farrow ได้ไอเดียการใช้องค์ประกอบภาพ The Last Supper มาจากการเห็นปฏิกิริยาของ Stormzy กับเพื่อนของเขาในระหว่างการเตรียมตัวก่อนถ่ายภาพ ในขณะที่ John Ross ช่างภาพกำลังทดสอบระบบแสง ทำให้ Mark Farrow นึกถึงภาพ The Last Supper ขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจถ่ายทำในอีก 2 วันต่อมา

อย่างไรก็ตาม การนำภาพ The Last Supper มาใช้นั้น ไม่ใช่สิ่งใหม่ โดย Mark Farrow อธิบายว่า “สิ่งสำคัญที่เราต้องระวังจริง ๆ คือ ภาพ The Last Supper ได้ถูกนำมาใช้เป็นล้านๆ ครั้งจนนับไม่ถ้วน และเราทุกคนรู้สึกว่า ถ้าเราไม่สามารถนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ มาสู่ผลงานชิ้นนี้ได้ มันก็จะจบลงตรงที่ พวกเรามีความคิดที่โบราณ นั่นเอง”

การใช้ชุดดำและหมวกโม่งสีดำ ซึ่งเป็นไอเดียของ Stormzy จึงถูกนำมาปลดล็อค ข้อพึงระวังของ Mark Farrow ที่พยายามหลีกหนีความซ้ำซากจำเจ และไอเดียนี้จะสามารถทำให้ผลงานประสบความสำเร็จได้ โดย Mark Farrow ได้แทนที่พระเยซูและเหล่าสาวกถูก ด้วย Stormzy และผองเพื่อนในชุดดำ ซึ่งทั้ง 8 คนคลุมใบหน้าด้วยหมวกโม่งที่ทำให้เราสามารถตีความการปิดบังอำพรางใบหน้าของตัวเองได้อย่างหลากหลาย โดยหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เรารับรู้กับภาพแบบนี้ คือ ภาพกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวก็เป็นภาพตัวแทนของกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เช่นกัน !
Art Direction X Artist

การทำงานร่วมกันของ Mark Farrow และ Stormzy ในผลงานชิ้นแรกนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของการ Art Direction สามารถสร้างตัวตนและภาพลักษณ์ให้ตัวศิลปิน Stormzy ที่ต้องการเล่นกับประเด็นทางสังคม ความเชื่อ อารมณ์ความรู้สึก และความศรัทธาที่มีต่อเพื่อนมนุษย์
https://www.youtube.com/watch?v=ReY4yVkoDc4
ฉากหลังเวที การแสดงสด Live at The Brits ’18 ที่ต่อยอดไอเดียมาจาก Art Direction ของอัลบั้ม
ซึ่งเป็นจุดประสงค์สำคัญของ Stormzy และเป็นสิ่งแรกที่เขาพูดคุยกันในการพบกันครั้งแรก และดูเหมือนว่าผลงานจะสร้างการรับรู้กับผู้คนได้อย่างทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นในสื่อต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์หรือโปสเตอร์ขนาดใหญ่ และที่ฮือฮาที่สุดคงจะเป็นฉากหลังคอนเสิร์ต ที่เอาคนจริง ๆ ไปนั่งใส่หมวกโม่งแบบเดียวกันกับ Art Direction ของ Artwork อัลบั้ม ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ Mark Farrow ได้เติมเต็ม Brief ของ Stormzy ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จากเบื้องหลังการสร้าง Art Direction ให้กับผลงานชิ้นนี้ เราจะเห็นอีกหนึ่งกลวิธีในการสร้างงาน คือ การหยิบยืมองค์ประกอบภาพ หรือเรื่องราวและความหมายที่ซ่อนอยู่ในผลงานเก่านั้น ๆ ที่ผู้คนสามารถเชื่อมโยงกับตัวผลงานดั้งเดิมได้ โดยเลือก Art Direction ในการนำเสนอที่น่าสนใจ ผ่านการตีความและสร้างความหมายใหม่ ๆ กับผลงาน ซึ่งกลวิธีนี้อาจจะล้มเหลวได้อย่างง่ายดาย ถ้าผลงานที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ได้สร้างประสบการณ์ทางการรับรู้ใหม่ ๆ และความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมได้ ซึ่งในบทความต่อๆ ไปเราจะนำเสนอเบื้องการทำงานของ Art Director ที่มีวิธีการทำงานที่น่าสนใจ ฝากติดตามกันด้วยนะครับ
Source: https://www.nme.com/blogs/how-stormzy-made-gang-signs-prayer-album-cover-1999236
Contributor: Akkharaphon Dantonglang
⦁ FKA twigs – Magdalene

ภาพเปิดตัว Magdalene อัลบั้มลำดับที่ 2 ของ FKA twigs เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง twigs และ Matthew Stone ศิลปินปกอัลบั้มได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะยุคเรอเนซองส์และเซอร์เรียลลิสต์ รวมถึง Mary Magdalene ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่เป็นชื่อบุคคลที่นำมาเป็นคอนเซ็ปอัลบั้ม
ภาพถูกสร้างขึ้นโดยการ Painting ลงบนภาพ 3D Scan ของ twigs เป็นการผสมผสานระหว่าง CGI และการใช้แปรงที่หยาบ มันเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกคาบเกี่ยวระหว่างการวาดภาพและการถ่ายภาพ มันเป็นภาพที่ต้องการเหลือบและการโดดจากหน้าจอดิจิตอลที่เล็กที่สุด
Matthew Stone อธิบายว่า เขาพยายามสร้างบางสิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนมนุษย์แท้ ๆ แต่เป็นการกักขังตัวเองในโลกดิจิตอลนี้ เขาพยายามวาดให้เห็นลักษณะภาพที่สร้าง ความรู้สึกจริงและไม่จริงในเวลาเดียวกัน
⦁ Holly Herndon – Proto

อัลบั้มนักแต่งเพลงอิเล็กทรอนิกส์ของ Holly Herndon เป็นการทดลองที่ท้าทายความสามารถซึ่งสำรวจบทบาทของ AI ในการสร้างสรรค์ดนตรี การทำงานกับ AI ผู้เชี่ยวชาญ Jules LaPlace เธอสร้าง ‘child’ ชื่อ Spawn ที่สามารถตีความและพัฒนาความคิดทางดนตรี อัลบั้มรวบรวมชุดเพลงที่บันทึกโดย Herndon และผู้ทำงานร่วมกันและเรียบเรียงโดย AI baby ของเธอ
Michael Oswell ดีไซเนอร์ทำงานร่วมกับ Herndon และ Mat Dryhurst ผู้ร่วมงานดนตรีของเธอในการสร้างภาพปก Proto ซึ่งสะท้อนกระบวนการสร้างสรรค์เบื้องหลังอัลบั้ม
ปกถูกสร้างขึ้นโดยการซ้อน layer ภาพถ่ายของทุกคนที่เกี่ยวข้องในการทำบันทึก – รวมถึง Herndon, Dryhurst คู่หูของเธอ และนักดนตรีที่สำคัญกับแต่ละแทร็คเพื่อสร้างภาพน่าขนลุก
แก้วที่อยู่เลเยอร์บนที่กำหนดบนภาพจะสะกดชื่ออัลบั้ม ในขณะที่ปกหลังของแผ่นเสียงมีหลากหลาย black type ในน้ำหนักและสไตล์ที่หลากหลาย มันเป็นปกที่น่าตกใจ – ที่รวม CGI ที่แปลกประหลาดกับการสัมผัสของมนุษย์และหลีกเลี่ยงความคิดโบราณ (visual clichés) ที่มักใช้เพื่อเป็นตัวแทนของ AI
⦁ Nick Cave & The Bad Seeds – Ghosteen
Illustration

หน้าปกของ Ghosteen นำเสนอสวรรค์อันเขียวชอุ่มที่ฝันถึงโดย Tom duBois นักวาดภาพประกอบเชิงพาณิชย์ชาวอเมริกันหันมาเป็นศิลปินของ Gospel หลังจากหลายปีที่ทำงานเกี่ยวกับภาพประกอบสำหรับชื่อครัวเรือน – รวมถึง Quaker Oats, McDonalds, Nintendo และ Gillette – duBois หันมือของเขาเพื่อสร้างภาพวาดที่ได้แรงบันดาลใจจากความเชื่อของคริสเตียน ปกจากซีรีส์ Eden ของเขาแสดงให้เห็นถึง Garden of Eden พร้อมกับฟลามิงโก เสือดาว และดอกไม้สีสันสดใสมากมาย
Cave ไม่เปิดเผยความหมายเบื้องหลังภาพ แทนที่จะเลือกที่จะให้แฟน ๆ คิดขึ้นเอง แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามที่เขาเลือกมันทำให้เป็นปกที่สวยงาม ในยุคของการออกแบบการถ่ายภาพแบบถอดกลับ(stripped-back photographic designs) หรือบันทึกแขนด้วยธีม Dark และ dystopian ภาพนั้นโดดเด่นสำหรับการมองโลกในแง่ดี แต่มันก็ต้องใช้ความเจ็บปวดบนหน้าปกของบันทึกที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสีย ความเศร้าโศก ศรัทธา และประสบการณ์ของ Nick Cave ในการสูญเสียลูกชายของเขา
⦁ Bon Iver – i,i

Bon Iver’ อัลบัม i, i เป็นซีรีส์ภาพปะติด หรือ collages ที่สร้างสรรค์โดย กลุ่มผู้กำกับศิลป์ Eric Timothy Carlson
Carlson ใช้เวลา 2 ปีในการทำงานเคียงข้างกับวงระหว่างการทำอัลบั้มดึงภาพมากมายจากทัวร์และการบันทึกเสียง ภาพระยะใกล้ ภาพบุคคล และภาพชีวิต ที่ถูกวางซ้อนทับรวมกันในการจัดองค์ประกอบที่ขี้เล่น (playful) โดยนำเสนอนามธรรมในสมุดภาพเบื้องหลัง (behind-the-scenes photobook)
รูปภาพของทุกคนที่เกี่ยวข้องในการสร้างอัลบั้มนั้นจะปรากฏที่ประตูพับ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของ Bon Iver จากโปรเจ็กเดี่ยวไปจนถึงโครงการกลุ่ม ในขณะที่ภาพย้อนกลับ แสดงภาพและสัญลักษณ์จากอแล็กชันในอัลบั้ม 22 ก่อนหน้านี้
นับตั้งแต่ยุคแผ่นเสียงมาจนยุค Music Streaming การออกแบบและสร้างสรรค์ Art Direction ของศิลปินและวงดนตรี ยังคงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการสื่อสารให้ผลกระทบต่อผู้คนในช่วงเวลานั้น ๆ หรือผลงานบางชิ้นก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่เพื่อพิสูจน์ว่างานออกนั้นสามารถทำหน้าที่อย่างไร้กาลเวลา
และ Art Direction ที่ถือเป็นองค์ความรู้ที่บูรณาการความรู้ทางการออกแบบไว้เกือบทุกแขนงทั้ง การออกแบบอัตลักษณ์ (Identity Design), การออกแบบตัวอักขระ (Typeface Design), การจัดวางตัวอักษร(Typography), การออกแบบและกำกับการถ่ายภาพ (Photographic Design) รวมทั้งกระบวนการพิมพ์ (Printing Production) ซึ่งตอนนี้ทาง BEAR ได้มีหลักสูตร Art Direction ที่ได้เหล่า Art Director คนสำคัญ ๆ ของวงการดนตรีและครีเอทีฟประเทศไทย เข้ามารับผิดชอบตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตรจนถึงการบรรยายหลักที่เข้มข้นตลอดทั้งหลักสูตร
สำหรับใครที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้เลย
Source
https://www.creativereview.co.uk/the-best-record-sleeves-of-2019/
https://www.designweek.co.uk/issues/25-november-1-december-2019/stormzy-second-album-cover/
https://www.npg.org.uk/whatson/display/2019/stormzy
https://www.juxtapoz.com/news/music/sound-vision-an-interview-with-eric-timothy-carlson-the-artwork-behind-bon-iver-s-i-i/
https://walkerart.org/magazine/designing-bon-iver-22-a-million-album-art-eric-timothy-carlson