เมื่อภาพจิตรกรรมอย่าง The Last Supper ของ Da Vinci ถูกตีความใหม่เป็นไอ้โม่งชุดดำ ด้วยฝีมือของ Mark Farrow และ Stormzy
ความน่าสนใจของ Artwork อัลบั้ม Gang Signs & Prayer ของศิลปินฮิปฮอป Stormzy คือ การตีความผลงานจิตรกรรม The Last Supper อันเลื่องชื่อของ Leonardo Da Vinci ซะใหม่ ด้วยการแทนที่พระเยซูและสาวกด้วยตัว Stormzy และกลุ่มชายชุดดำที่คลุมด้วยหมวกไอ้โม่ง !
และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อรู้ว่า Art Director ของงานชิ้นนี้ คือ ผู้อยู่เบื้องหลัง Art Direction ให้กับวงดนตรีอย่าง Pet Shop Boys Manic Street Preachers และ Spiritualized ซึ่งก็คือ Mark Farrow ที่ผลงานออกแบบของเขาแทบจะกวดรางวัลครบทุกสถาบันทั่วโลก จนที่ได้รับการโหวตจากนิตยสาร Creative Review ว่าเป็น Graphic Designer คนสำคัญที่สุดที่ยังทำงานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
และจากรหัสลับที่ Da Vinci ซ่อนไว้ในผลงาน The Last Supper นี่เอง วันนี้เราจะพามาถอดรหัสลับของ Mark Farrow ว่ามีที่มาที่ไปสำหรับการสร้างงานชิ้นนี้ขึ้นอย่างไร

Conceptual: Gang Signs & Prayer

สำหรับปกอัลบั้ม Gang Signs & Prayer เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ระหว่าง Farrow กับ Stormzy โดยชื่ออัลบั้มที่นำมาซึ่งไอเดียมากมาย ก็มีที่มาจากตัวศิลปินเอง ซึ่งเพลงทั้งหมดในอัลบั้มสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ ความศรัทธา และชีวิตของ Stormzy
Stormzy เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขาต้องการสัมผัสกับด้านต่าง ๆ รวมทั้งความเชื่อ เพราะอีกด้านหนึ่งของชีวิตเขา ที่เติบโตขึ้นมาบนท้องถนน ทำให้ได้สัมผัสกับผู้คนที่เขาอยู่ด้วย ซึ่งเขาไม่ใช่ปัจเจกชนที่มีชีวิตมิติเดียวเพียงลำพัง โดยไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับผู้อื่นผู้ใดเลย
จากชื่อ Gang Signs & Prayer ถูกนำไปต่อยอดพัฒนาเป็นแนวคิดที่ว่า “จุดที่ผู้คนสัมผัสได้ส่วนใหญ่นั้นล้วนมาจากศาสนา” ภาพปกจึงต้องสื่อสารให้เห็นทั้งองค์ประกอบภาพและชื่อของอัลบั้มไปพร้อม ๆ กัน จนนำไปสู่การใช้ภาพอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูและสาวก จากภาพผลงานชื่อ The Last Supper
Inspiration: The Last Supper

The Last Supper เป็นภาพที่ Leonardo Da Vinci วาดมาจากคัมภีร์ไบเบิล ตอนที่พระเยซูและสาวกรับประทานอาหารร่วมกันเป็นมื้อสุดท้าย ก่อนที่พระเยซูจะถูกนำตัวไปตรึงกับไม้กางเขน โดยพระเยซูได้ทำนายว่ามีสาวก 1 คนบนโต๊ะนี้ คือ ผู้ทรยศพระองค์ โดยภาพนี้ซ่อนปริศนาไว้ในภาพมากมายผ่านอากัปกิริยาของสาวกแต่ละคน รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่ประกอบอยู่บนโต๊ะอาหาร

Music Video ของศิลปิน Kendrick Lamar ในเพลง Humble ที่นำองค์ประกอบภาพของ The Last Supper มาใช้ใน Music Video โดย Humble ได้รับการยกย่องว่าเป็น Music Video ที่สามารถสั่นสะเทือนวงการเพลงได้เพลงหนึ่ง
(ดูเพิ่มเติม https://www.youtube.com/w atch?v=tvTRZJ-4EyI )
และด้วยนัยยะที่ซ่อนอยู่ในภาพ The Last Supper ที่ยังสามารถเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ตีความได้มากมายนี่เอง จึงถูกศิลปินและนักออกแบบ โดยเฉพาะในเชิง Commercial นำมาใช้กันอย่างมากมาย ทั้งงานออกแบบ งานโฆษณา และ Music Video
Visual: Gang Signs & Prayer

ถึงแม้กลวิธีการนำภาพผลงานเก่าของศิลปินที่มีชื่อเสียง มานำเสนอในมุมมองใหม่ ๆ ไม่ใช่วิธีที่แปลกใหม่อะไร แต่ก็ยังคงถูกนำมาใช้อยู่เสมอ ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ ผู้คนสามารถเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าที่อยู่กับผลงานเก่าได้ โดยการดัดแปลงหรือตีความใหม่จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ชมที่มีต่อผลงานเดิมได้
สำหรับงานนี้ Mark Farrow ได้ไอเดียการใช้องค์ประกอบภาพ The Last Supper มาจากการเห็นปฏิกิริยาของ Stormzy กับเพื่อนของเขาในระหว่างการเตรียมตัวก่อนถ่ายภาพ ในขณะที่ John Ross ช่างภาพกำลังทดสอบระบบแสง ทำให้ Mark Farrow นึกถึงภาพ The Last Supper ขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจถ่ายทำในอีก 2 วันต่อมา

อย่างไรก็ตาม การนำภาพ The Last Supper มาใช้นั้น ไม่ใช่สิ่งใหม่ โดย Mark Farrow อธิบายว่า “สิ่งสำคัญที่เราต้องระวังจริง ๆ คือ ภาพ The Last Supper ได้ถูกนำมาใช้เป็นล้านๆ ครั้งจนนับไม่ถ้วน และเราทุกคนรู้สึกว่า ถ้าเราไม่สามารถนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ มาสู่ผลงานชิ้นนี้ได้ มันก็จะจบลงตรงที่ พวกเรามีความคิดที่โบราณ นั่นเอง”

การใช้ชุดดำและหมวกโม่งสีดำ ซึ่งเป็นไอเดียของ Stormzy จึงถูกนำมาปลดล็อค ข้อพึงระวังของ Mark Farrow ที่พยายามหลีกหนีความซ้ำซากจำเจ และไอเดียนี้จะสามารถทำให้ผลงานประสบความสำเร็จได้ โดย Mark Farrow ได้แทนที่พระเยซูและเหล่าสาวกถูก ด้วย Stormzy และผองเพื่อนในชุดดำ ซึ่งทั้ง 8 คนคลุมใบหน้าด้วยหมวกโม่งที่ทำให้เราสามารถตีความการปิดบังอำพรางใบหน้าของตัวเองได้อย่างหลากหลาย โดยหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เรารับรู้กับภาพแบบนี้ คือ ภาพกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวก็เป็นภาพตัวแทนของกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เช่นกัน !
Art Direction X Artist

การทำงานร่วมกันของ Mark Farrow และ Stormzy ในผลงานชิ้นแรกนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของการ Art Direction สามารถสร้างตัวตนและภาพลักษณ์ให้ตัวศิลปิน Stormzy ที่ต้องการเล่นกับประเด็นทางสังคม ความเชื่อ อารมณ์ความรู้สึก และความศรัทธาที่มีต่อเพื่อมนุษย์
https://www.youtube.com/watch?v=ReY4yVkoDc4
ฉากหลังเวที การแสดงสด Live at The Brits ’18 ที่ต่อยอดไอเดียมาจาก Art Direction ของอัลบั้ม
ซึ่งเป็นจุดประสงค์สำคัญของ Stormzy และเป็นสิ่งแรกที่เขาพูดคุยกันในการพบกันครั้งแรก และดูเหมือนว่าผลงานจะสร้างการรับรู้กับผู้คนได้อย่างทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นในสื่อต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์หรือโปสเตอร์ขนาดใหญ่ และที่ฮือฮาที่สุดคงจะเป็นฉากหลังคอนเสิร์ต ที่เอาคนจริง ๆ ไปนั่งใส่หมวกโม่งแบบเดียวกันกับ Art Direction ของ Artwork อัลบั้ม ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ Mark Farrow ได้เติมเต็ม Brief ของ Stormzy ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จากเบื้องหลังการสร้าง Art Direction ให้กับผลงานชิ้นนี้ เราจะเห็นอีกหนึ่งกลวิธีในการสร้างงาน คือ การหยิบยืมองค์ประกอบภาพ หรือเรื่องราวและความหมายที่ซ่อนอยู่ในผลงานเก่านั้น ๆ ที่ผู้คนสามารถเชื่อมโยงกับตัวผลงานดั้งเดิมได้ โดยเลือก Art Direction ในการนำเสนอที่น่าสนใจ ผ่านการตีความและสร้างความหมายใหม่ ๆ กับผลงาน ซึ่งกลวิธีนี้อาจจะล้มเหลวได้อย่างง่ายดาย ถ้าผลงานที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ได้สร้างประสบการณ์ทางการรับรู้ใหม่ ๆ และความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมได้ ซึ่งในบทความต่อๆ ไปเราจะนำเสนอเบื้องการทำงานของ Art Director ที่มีวิธีการทำงานที่น่าสนใจ ฝากติดตามกันด้วยนะครับ
Source: https://www.nme.com/blogs/how-stormzy-made-gang-signs-prayer-album-cover-1999236
Contributor: Akkharaphon Dantonglang