ทำไมดิจิทัลแบรนด์ยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับการนำ Motion Graphics มาใช้ในสื่อภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของแบรนด์ โดยเฉพาะ
การนำมาใช้ในบทบาทที่มากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอคอนเทนท์ วันนี้เราจะทำความรู้จักการนำ Motion Graphics มาใช้สำหรับ Brand Identity ผ่านตัวอย่างที่น่าสนใจอย่าง Netflix
การนำ Motion Graphics มาใช้กับแบรนด์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราจะเห็นตั้งแต่โลโก้อินโทรของค่ายหนัง หรือรายการทีวีต่าง ๆ ที่พยายามใช้ประโยชน์จากการแสดงผลผ่านจอภาพ (On Screen) จากยุคโทรทัศน์มาถึงยุคดิจิทัลที่หน้าจอแบบต่าง ๆ แทรกเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของเราทุกที่ทุกเวลา เราจึงเห็นดิจิทัลแบรนด์นำ Motion Graphics มาใช้ในบทบาทที่มากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอคอนเทนท์ มาสู่การสื่อสารตัวตนของแบรนด์ด้วยการสร้างชีวิตชีวาผ่านการเคลื่อนไหวให้กับแบรนด์

Brand Identity
การวางตำแหน่งของแบรนด์ด้วยการสร้างความแตกต่าง ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ดังนั้นการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) หรือตัวตนของแบรนด์จึงมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นซึ่งวิธีการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ก็คือ การนำเสนอผ่าน Visual Branding ที่อาศัยองค์ประกอบด้านภาพหรือ Visual Communication มาใช้เป็นหลัก อย่างเช่น โลโก้ สี ตัวอักษร หรือภาพประกอบ
แต่เนื่องจากแบรนด์ยุคใหม่จะมุ่งเน้นมาที่ดิจิทัลเป็นฐานช่องทางหลัก หน้าจอจึงกลายเป็นจุดสัมผัส (Touch Point) ที่สำคัญที่ผู้ชมจะเห็นแบรนด์เป็นอันดับแรก ๆ ดังนั้น Motion Graphics จึงถูกนำมาใช้ในบทบาทที่มากกว่าการเป็นส่วนประกอบหนึ่งของคอนเทนท์วิดีโอ นั้นคือ การใช้ Motion Graphics เพื่อสร้าง Brand Identity ซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบหลักที่มีความสำคัญไม่แพ้การสื่อสารผ่านโลโก้ สี ตัวอักษร หรือภาพประกอบ
Netflix

นอกจากสีสันและซาวน์ประกอบแล้ว สิ่งที่ทำให้เราจดจำ Identity (หรือ Logo) ของ Netflix ได้ ก็คือ Motion ของ Identity โดยการสร้าง Brand Identity นั้น Netflix ได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบMotion Graphics ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาโลโก้ (Identity) ของแบรนด์ โดยคิดหาวิธีที่จะแปลIdentity ให้เหมาะสมสำหรับสื่อทุกประเภท โดยเริ่มจากแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นจุดแรก

จุดเริ่มต้นที่สำคัญของ Netflix คือ การเปลี่ยนมาเป็น Streaming Service โดยทีมออกแบบที่รับผิดชอบพลิกโฉมครั้งสำคัญนี้ คือ Moving Brand (https://www.movingbrands.com/work/netflix-brand) จึงต้องทำการ Rebrand จาก Identity เดิมที่มีขอบและเงาที่ชัดเจน ถูกลดทอนออกไปเหลือ 2 มิติดูทันสมัย โดยส่วนของการสร้าง Motion สำหรับ Identity นั้นใช้แนวคิด “Real Shadow” ที่แสดงภาพเงาเป็นแบบ 3 มิติก่อนแล้วจึงลดทอนกลายเป็น Identity ใหม่แบบ 2 มิติ ที่มาพร้อมกับเสียงประกอบ ซึ่งถือว่า ประสบความสำเร็จที่ผู้คนสามารถจดจำแบรนด์ของ Netflix ได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น
หลังจากนั้นพัฒนาการด้าน Motion ของ Netflix ภายใต้การดูแลของ Gretel (https://gretelny.com/netflix) ที่ต้องการสอดแทรกความเป็นแบรนด์เข้าในผสมผสานกับเนื้อหาของ Netflix ที่มีจำนวนมาก โดยการใช้ระบบของชุดสีแดง ขาว ดำ และตัวอักษรเข้าไปครอบภาพเนื้อหาที่มีหลากหลาย

และ Motion ก็มีบทบาทสำคัญ ในการจัดการเนื้อหาต่าง ๆ ด้วยวิธีการเลื่อนตำแหน่งในแนวนอน “The Stack is an endless” ที่ทำให้ได้พื้นที่ในการแสดงเนื้อหาที่กว้างมากยิ่งขึ้น ภายใต้เวลาที่จำกัด
จนมาล่าสุดสำหรับ Netflix กับการขยายขอบเขตมาเป็นผู้สร้างเนื้อหาของตัวเอง (Original Content) จึงจำเป็นต้องสร้าง Motion ของโลโก้ที่สะท้อนถึงตัวตนที่ชัดเจนขึ้น โดยได้ Imaginary Forces (https://imaginaryforces.com/work/netflix-originals-identity/) บริษัทระดับตำนานมารับผิดชอบ

โดย Motion Brand Identity ของ Netflix สะท้อนถึงคอลเลกชันของเนื้อหาที่หลากหลายของ Netflix โดยใช้สีสันจากภาพยนตร์ที่มีอยู่มากมาย โดยทำให้ภาพเคลื่อนไหวเป็นเส้นกราฟิกที่สดใส ซึ่งรวมเข้าด้วยกันเป็นสเปกตรัมสีกลายเป็นโลโก้ เฉดสีที่หลากหลายอาศัยอยู่ใน “N” ของ Netflix เพื่อแสดงถึงความหลากหลายของแนวภาพยนตร์และซีรีส์
แน่นอนว่าการประสบความสำเร็จของแบรนด์อย่าง Netflix นั้นมีที่มาจากหลายปัจจัย แต่ในส่วนของการสร้างจดจำ Identity ของ Netflix ได้ดียิ่งขึ้นนั้น ถือว่า Motion Graphics มีบทบาทสำคัญอย่างมากไม่แพ้องค์ประกอบอื่น ๆ และนี่ ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่การขยายขอบเขตการใช้ Motion Graphics จากบทบาทเดิม ๆ มาสู่บทบาทใหม่ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ซึ่ง Netflix มองเห็นและทราบถึงความสำคัญข้อนี้จึงกำหนดให้ Motion Graphics เป็นองค์ประกอบหลักมาตั้งแต่แรก
Contributor: Akkharaphon Dantonglang (https://akkharaphon.com/)
Source
https://gretelny.com/netflix
https://imaginaryforces.com/work/netflix-originals-identity/